ต้นตอมาจากไหน? โลกสั่นทุก 26 วินาที ปริศนา 60 ปีที่นักวิทย์ฯ เพิ่งพบเบาะแสใหม่!

โลกส่งสัญญาณสั่นทุก 26 วินาที! ปริศนา 60 ปีที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งพบเบาะแสใหม่ ต้นตอมาจากไหน?
ทำไมโลกถึงสั่นทุก 26 วินาที? เปิดปริศนาสัญญาณไมโครซีสม์จากอ่าวกินีที่ค้นพบมากว่า 60 ปี พร้อมงานวิจัยปี 2026 ที่พบเบาะแสใหม่จากคลื่นทะเล
โลกสั่นทุก 26 วินาทีจริงหรือ? ฟังดูเหมือนเรื่องเหลือเชื่อ แต่ในความเป็นจริง นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบสัญญาณแผ่นดินไหวขนาดเล็กที่มีจังหวะซ้ำประมาณทุก 26 วินาทีมานานกว่า 60 ปีแล้ว โดยสัญญาณดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากบริเวณอ่าวกินี ทางชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา และสามารถเดินทางผ่านพื้นโลกไปยังเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวในพื้นที่ห่างไกลได้
ปรากฏการณ์นี้บางครั้งถูกเรียกว่า "ชีพจรของโลก" (Earth's Pulse) แต่ไม่ได้หมายความว่าโลกทั้งใบกำลังเต้นเหมือนหัวใจ หรือเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงทุก 26 วินาที เพราะสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบคือสัญญาณสั่นสะเทือนที่มีขนาดเล็กมากจนมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้ตามปกติ
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือ แม้นักวิทยาศาสตร์จะทราบตำแหน่งต้นกำเนิดของสัญญาณมานานหลายสิบปี แต่กลไกที่ทำให้เกิดจังหวะสั่นสะเทือนอย่างสม่ำเสมอยังคงเป็นปริศนา อย่างไรก็ตาม งานวิจัยใหม่ในปี 2026 ได้เปิดเผยเบาะแสสำคัญที่ช่วยอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวได้มากขึ้น
ปริศนาโลกสั่นทุก 26 วินาที ถูกค้นพบตั้งแต่เมื่อไร?
เรื่องราวเริ่มต้นในช่วงต้นทศวรรษ 1960 เมื่อ แจ็ก โอลิเวอร์ (Jack Oliver) นักธรณีวิทยาที่ทำงานอยู่กับหอดูดาวลามอนต์-โดเฮอร์ตี (Lamont-Doherty Geological Observatory) ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ตรวจพบสัญญาณสั่นสะเทือนผิดปกติจากข้อมูลเครื่องวัดแผ่นดินไหว
สัญญาณดังกล่าวมีลักษณะพิเศษคือเกิดขึ้นในคาบเวลาประมาณ 26 วินาที ซึ่งแตกต่างจากสัญญาณแผ่นดินไหวทั่วไปที่มักเกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนหรือเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเฉพาะครั้ง
นักวิทยาศาสตร์เรียกสัญญาณสั่นสะเทือนขนาดเล็กเช่นนี้ว่า ไมโครซีสม์ (Microseism) ซึ่งเป็นการสั่นสะเทือนของพื้นโลกที่มักเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของมหาสมุทรและกระบวนการทางธรรมชาติอื่น ๆ
ต่อมา เมื่อเทคโนโลยีเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวพัฒนาขึ้น นักวิจัยสามารถติดตามทิศทางของสัญญาณและระบุพื้นที่ต้นกำเนิดได้แม่นยำขึ้น โดยพบว่าสัญญาณคาบ 26 วินาทีมีความเกี่ยวข้องกับบริเวณอ่าวกินีในมหาสมุทรแอตแลนติก
ต้นกำเนิดสัญญาณลึกลับอยู่ที่อ่าวกินี ใกล้ชายฝั่งแอฟริกา
พื้นที่ที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจคือ อ่าวกินี (Gulf of Guinea) โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่า Bight of Bonny ใกล้ชายฝั่งไนจีเรียและแคเมอรูน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งระบบคลื่นทะเลและโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่ซับซ้อน
ความแปลกของสัญญาณนี้คือมีความถี่ค่อนข้างจำเพาะ โดยมีคาบประมาณ 26 วินาที หรือคิดเป็นความถี่ราว 0.038 เฮิรตซ์ และสามารถตรวจพบได้ด้วยเครื่องมือที่มีความไวสูง
ในอดีตมีการตั้งสมมติฐานหลายแนวทางเพื่ออธิบายสัญญาณดังกล่าว ทั้งแรงจากคลื่นมหาสมุทรที่กระทำต่อพื้นทะเล การสั่นพ้องของโครงสร้างทางธรณีวิทยา และกระบวนการที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมใต้พื้นโลก
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังต้องการคำอธิบายว่าทำไมพลังงานจากธรรมชาติจึงกระตุ้นให้เกิดการสั่นสะเทือนที่มีคาบค่อนข้างคงที่ได้ แทนที่จะเกิดสัญญาณกระจายอยู่ในหลายความถี่เหมือนปรากฏการณ์ทั่วไป
สมมติฐานแรก คลื่นทะเลอาจทำให้พื้นโลกสั่นเหมือนกลอง
หนึ่งในสมมติฐานที่ได้รับความสนใจคือพลังงานจากคลื่นทะเล โดยนักวิจัยเสนอว่าคลื่นมหาสมุทรอาจถ่ายทอดแรงลงสู่พื้นทะเลบริเวณไหล่ทวีปหรือโครงสร้างเฉพาะใต้มหาสมุทร จนเกิดสัญญาณสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านชั้นหินออกไป
แนวคิดนี้สามารถเปรียบเทียบอย่างง่ายได้กับเครื่องดนตรีที่ตอบสนองต่อแรงกระตุ้นบางจังหวะได้เด่นกว่าจังหวะอื่น หากรูปร่างและคุณสมบัติของโครงสร้างใต้ทะเลเหมาะสม ก็อาจทำให้การสั่นสะเทือนบางความถี่มีความชัดเจนเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม การอธิบายสัญญาณคาบ 26 วินาทีด้วยคลื่นทะเลเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องอธิบายให้ได้ทั้งความแรง ความต่อเนื่อง และการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณตามช่วงเวลา
สมมติฐานที่สอง ภูเขาไฟหรือโครงสร้างใต้ดินอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
อีกแนวทางหนึ่งที่เคยได้รับการเสนอคือกิจกรรมทางธรณีวิทยา โดยเฉพาะระบบภูเขาไฟและการเคลื่อนที่ของของไหลใต้พื้นโลก เนื่องจากปรากฏการณ์สั่นสะเทือนที่มีจังหวะค่อนข้างสม่ำเสมอสามารถเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ภูเขาไฟบางแห่ง
อ่าวกินีตั้งอยู่ไม่ไกลจากแนวภูเขาไฟแคเมอรูน (Cameroon Volcanic Line) ซึ่งรวมถึงเกาะภูเขาไฟหลายแห่งในภูมิภาคนี้ จึงเคยมีข้อเสนอว่าสัญญาณบางประเภทอาจสัมพันธ์กับโครงสร้างทางธรณีวิทยาดังกล่าว
แต่การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร Communications Earth & Environment เมื่อปี 2023 ระบุว่า ไม่พบภูเขาไฟที่รู้จักอยู่ตรงบริเวณต้นกำเนิดของสัญญาณ 26 วินาทีโดยตรง จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าภูเขาไฟเป็นสาเหตุของปรากฏการณ์นี้
นอกจากนี้ นักวิจัยยังค้นพบสัญญาณที่มีการเปลี่ยนความถี่อย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า Gliding Tremors ซึ่งเกี่ยวข้องกับแหล่งกำเนิดเดียวกัน และเป็นอีกหนึ่งเบาะแสที่ช่วยให้ศึกษากลไกใต้พื้นทะเลได้ละเอียดขึ้น
วิจัยปี 2026 พบเบาะแสใหม่ คลื่นจากพายุในมหาสมุทรใต้อาจเป็นตัวกระตุ้น
ความคืบหน้าสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026 เมื่อทีมนักวิจัยเผยแพร่การศึกษาเรื่อง Swell-driven bursts of 26 s and 16 s seismic spectral peaks in the Gulf of Guinea ในวารสาร Nature Communications
งานวิจัยครั้งนี้นำข้อมูลการตรวจวัดแผ่นดินไหวระหว่างปี 2021-2024 มาศึกษาร่วมกับแบบจำลองคลื่นมหาสมุทรและข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมของคลื่นทะเลกับสัญญาณสั่นสะเทือนที่มีคาบ 26 และ 16 วินาที
ผลการศึกษาพบว่า ช่วงเวลาที่คลื่นทะเลจากพายุซึ่งเกิดขึ้นในมหาสมุทรใต้เดินทางมาถึงบริเวณอ่าวกินี มีความสัมพันธ์กับการปรากฏของสัญญาณสั่นสะเทือนในคาบเวลาที่สอดคล้องกันอย่างชัดเจน
นักวิจัยจึงเสนอว่า คลื่นทะเลอาจทำหน้าที่เป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ระบบบางอย่างใต้พื้นทะเลเกิดการสั่นพ้อง แต่กลไกที่ทำให้สัญญาณมีความถี่จำเพาะยังต้องอาศัยการอธิบายเพิ่มเติม
ทฤษฎีใหม่ รอยแยกที่มีของไหลใต้พื้นทะเลอาจเป็นคำตอบ
จากการวิเคราะห์ข้อมูล ทีมวิจัยเสนอแบบจำลองว่าใต้พื้นทะเลในบริเวณดังกล่าวอาจมีโครงสร้างลักษณะคล้ายรอยแยกที่มีของไหลอยู่ภายใน เมื่อได้รับแรงกระตุ้นจากคลื่นทะเลที่มีคาบเหมาะสม ของไหลในโครงสร้างเหล่านี้อาจเกิดการเคลื่อนที่และการสั่นพ้อง
การสั่นพ้องหมายถึงปรากฏการณ์ที่ระบบหนึ่งตอบสนองต่อแรงกระตุ้นได้เด่นชัดเมื่อความถี่ของแรงนั้นใกล้เคียงกับความถี่ธรรมชาติของระบบ ส่งผลให้การสั่นสะเทือนมีความชัดเจนมากขึ้น
ในกรณีอ่าวกินี แบบจำลองนี้อาจช่วยอธิบายว่าเหตุใดคลื่นมหาสมุทรซึ่งเกิดจากพายุที่อยู่ไกลออกไป จึงสามารถกระตุ้นสัญญาณแผ่นดินไหวที่มีคาบประมาณ 26 และ 16 วินาทีได้
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังไม่ได้พิสูจน์โดยตรงว่ามีรอยแยกที่มีของไหลในลักษณะและตำแหน่งตามแบบจำลองอยู่จริงทั้งหมด จึงยังจำเป็นต้องตรวจสอบโครงสร้างใต้พื้นทะเลเพิ่มเติมก่อนยืนยันกลไกดังกล่าวเป็นคำตอบสุดท้าย
โลกสั่นทุก 26 วินาที เป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่?
แม้คำว่า "โลกเต้นทุก 26 วินาที" จะฟังดูน่ากลัว แต่สัญญาณนี้ไม่ใช่แผ่นดินไหวรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำทุก 26 วินาที และไม่ได้หมายความว่าพื้นดินทุกแห่งบนโลกจะสั่นจนมนุษย์รู้สึกได้
สิ่งที่ตรวจพบเป็นสัญญาณแผ่นดินไหวขนาดเล็กมาก ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือที่มีความไวสูงในการบันทึกและวิเคราะห์ โดยสัญญาณอาจมีความแรงแตกต่างกันตามช่วงเวลาและสภาพแวดล้อม
ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าปรากฏการณ์ไมโครซีสม์คาบ 26 วินาทีนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าโลกกำลังจะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ หรือเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าแผ่นดินไหวรุนแรงกำลังจะเกิดขึ้น
ในทางตรงกันข้าม การศึกษาสัญญาณขนาดเล็กเหล่านี้สามารถช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมหาสมุทรกับชั้นหินของโลก รวมถึงพัฒนาเทคนิคการตรวจวัดและวิเคราะห์กระบวนการทางธรรมชาติที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น
ทำไมสัญญาณที่ค้นพบมากว่า 60 ปี จึงเพิ่งเริ่มมีคำอธิบายที่ชัดเจน?
สาเหตุสำคัญคือปรากฏการณ์นี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบธรรมชาติหลายส่วน ทั้งบรรยากาศ มหาสมุทร และโครงสร้างทางธรณีวิทยาใต้พื้นทะเล การศึกษาจึงต้องอาศัยข้อมูลจากหลายสาขาวิชาประกอบกัน
ในอดีต เครื่องมือและข้อมูลยังมีข้อจำกัด ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจพบสัญญาณและระบุตำแหน่งต้นกำเนิดได้ แต่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับแรงกระตุ้นจากคลื่นทะเลและกลไกใต้พื้นดินได้ละเอียดเท่าปัจจุบัน
เมื่อเทคโนโลยีเครื่องวัดแผ่นดินไหว แบบจำลองมหาสมุทร และดาวเทียมมีความก้าวหน้ามากขึ้น นักวิจัยจึงสามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้แม่นยำกว่าเดิม
งานวิจัยปี 2026 จึงนับเป็นความคืบหน้าสำคัญของปริศนานี้ แม้ว่ารายละเอียดของกลไกการสั่นพ้องใต้พื้นทะเลยังไม่สามารถยืนยันได้ครบถ้วนก็ตาม
สรุป ทำไมโลกจึงมีสัญญาณสั่นทุก 26 วินาที?
ปรากฏการณ์โลกสั่นทุก 26 วินาที คือสัญญาณไมโครซีสม์ที่มีต้นกำเนิดจากบริเวณอ่าวกินีใกล้ชายฝั่งแอฟริกา ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ตรวจพบมาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1960 โดยเป็นการสั่นสะเทือนขนาดเล็กมาก ไม่ใช่การเต้นของโลกทั้งใบหรือแผ่นดินไหวรุนแรงที่เกิดขึ้นทุก 26 วินาที
แม้ในอดีตจะมีสมมติฐานเกี่ยวกับคลื่นทะเลและกิจกรรมทางธรณีวิทยา แต่งานวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2026 พบหลักฐานชัดเจนขึ้นว่า คลื่นทะเลจากพายุในมหาสมุทรใต้มีส่วนกระตุ้นสัญญาณดังกล่าว และเสนอว่ารอยแยกที่มีของไหลใต้พื้นทะเลอาจทำหน้าที่เป็นระบบสั่นพ้อง
อย่างไรก็ตาม คำอธิบายนี้ยังเป็นแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะโครงสร้างใต้พื้นทะเลและกระบวนการสร้างสัญญาณที่แท้จริง จึงยังไม่อาจกล่าวได้ว่าปริศนาทั้งหมดถูกไขสำเร็จแล้ว
เรื่องราวของสัญญาณ 26 วินาทีจึงสะท้อนให้เห็นว่า แม้มนุษย์จะศึกษาดาวเคราะห์โลกมานานหลายศตวรรษ แต่ธรรมชาติยังมีรายละเอียดอีกมากที่รอการค้นพบ และบางครั้งคำตอบของปริศนาที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นโลกก็อาจเริ่มต้นจากคลื่นทะเลที่เดินทางข้ามมหาสมุทรมาหลายพันกิโลเมตร
- ฮือฮาทั่วโลก! คลิปลับ "มังกรขาว" โผล่ฐานทดลองจีน กูรูเฉลยแล้วคืออะไร? : เช็กข่าวชัวร์
- คุณชอบสีน้ำเงินหรือเปล่า? รู้ไหมว่า "สีโปรด" บอกถึงนิสัยลึกๆ และความท้าทายที่ต้องเจอ!!

แหล่งอ้างอิง
- Nature Communications – Swell-driven bursts of 26 s and 16 s seismic spectral peaks in the Gulf of Guinea (2026)
- Communications Earth & Environment – Gliding tremors associated with the 26 second microseism in the Gulf of Guinea (2023)
- Geophysical Journal International – Assessing the short-term clock drift of early broadband stations with burst events of the 26 s persistent and localized microseism
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
